search
notification
cart

ข่าว DETAILS

สำรวจและมาทำความรู้จักแนวเพลง Trance กับการเติบโตของแนวเพลงจนถึงปัจจุบัน

02 April, Wednesday 4008
เฟสติวัลSubcultureFSOETrance

ในโลกของเสียงเพลง มีแนวเพลงมากมายให้ทุกคนได้เสพ ได้ค้นหา และได้หลงรัก เชื่อว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา ทุกคนคงเคยรู้จักแนวเพลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ป็อป, ร็อก, ฮิปฮอป, อินดี้ และอีกมากมาย

แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาในประเทศไทย เชื่อว่าหลายคนก็คงคุ้นเคยกับแนวเพลง EDM ไม่มากก็น้อย ซึ่ง EDM เองก็มีหลากหลายแขนงให้เลือกฟัง และหลายแนวก็ทำให้ใครบางคนกลายเป็นแฟนตัวยงไปเลยก็มี

และหนึ่งในแนวเพลงระดับตำนาน ที่ยังคงเป็นอมตะและอยู่คู่กับทุกเจเนอเรชันมาจนถึงวันนี้ก็คือ Trance

วันนี้ EDM Addicts จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแนวเพลง Trance แนวดนตรีสุดคลาสสิกที่ยังคงถูกเล่นในงานเฟสติวัลใหญ่ ๆ และยังคงติดหู ติดตา และติดใจใครหลาย ๆ คนมาจนถึงปัจจุบัน

- Trance คืออะไร ?

Trance คือแนวเพลงที่อยู่ในหมวดหมู่ Electronic Dance Music (EDM) ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงต้นยุค 1990 โดยได้รับอิทธิพลจาก Techno และ House ในยุโรป โดยเฉพาะในประเทศเยอรมนี เมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของแนวเพลงนี้

ในยุคที่ Trance กำลังเฟื่องฟู มีดีเจและโปรดิวเซอร์อย่าง Paul van Dyk และ Sven Väth ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางของ Trance และทำให้แนวเพลงนี้แพร่หลายมากขึ้น พวกเขาถือเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่ของแนวเพลง Trance เลยก็ว่าได้

หลังจากได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในเยอรมนี Trance ก็เริ่มเข้าสู่วัฒนธรรมของยุโรปและกลายเป็นแนวเพลงหลักของคลับต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงปี 2000 ซึ่งถือเป็นยุคทองของ Trance เพราะเป็นช่วงที่แนวนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

เพลงที่โดดเด่นในยุคนั้น เช่น

Darude – Sandstorm และ Tiësto – Adagio for Strings

ซึ่งยังคงถูกเปิดในงานต่าง ๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เพลงฮิตในวงการ Trance เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อป เช่น “Darude – Sandstorm” ที่กลายเป็นมีมโด่งดังในช่วงกลางปี 2010s ถึงขั้นที่ YouTube เคยมีปุ่มพิเศษให้เปิดเพลงนี้แทรกในทุกวิดีโอที่คุณรับชม

แม้ Trance จะเคยตกอยู่ในช่วงที่ความนิยมลดลง เพราะแนวดนตรีอื่น ๆ เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น และแนวป๊อปกับร็อกก็กลับมาติดชาร์ตในอังกฤษ แต่ Trance ก็ยังคงมีแฟนเพลงที่คอยสนับสนุนมาโดยตลอด และยังคงเป็นส่วนหนึ่งในงาน EDM ระดับโลกมาจนถึงปัจจุบัน

Trance ยังมีแนวย่อยเกิดขึ้นมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับแฟนเพลง เช่น Progressive Trance, Tech Trance, Uplifting Trance ฯลฯ และในประเทศไทยเองก็มีการจัดงานแนวนี้มายาวนานหลายปี ไม่ว่าจะเป็น Subculture และ FSOE ในปีนี้ ซึ่งช่วยปลุกกระแส Trance ในเอเชียอีกครั้ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งาน Trance ยังคงมีผู้เข้าร่วมจากทุกเพศทุกวัย และทุกเจเนอเรชันอย่างต่อเนื่อง

- ทำความรู้จักกับลักษณะเด่นของแนวเพลง Trance

หลายคนที่ยังไม่รู้จักแนวเพลง Trance อาจนึกไม่ออกว่ามันมีลักษณะแบบไหน และแตกต่างจากแนว Mainstream หรือแนว EDM อื่นอย่างไร แต่สำหรับคนที่เคยฟังแล้ว ก็คงรู้ดีว่า Trance เป็นแนวที่มีทั้งความสวยงามของเมโลดี้ ไปจนถึงเพลงที่มีจังหวะหนักแน่นก็ยังมีให้ฟัง

ลักษณะเด่นของแนวเพลง Trance

1. จังหวะ (Beat)

Trance ใช้จังหวะ 4/4 ซึ่งหมายถึงมี 4 จังหวะใน 1 ห้อง เป็นจังหวะที่ใช้กันทั่วไปในเพลงแดนซ์

Trance จะมีความเร็วอยู่ที่ประมาณ 125–150 BPM ซึ่งเร็วกว่า House เล็กน้อย

2. Build-up และ Breakdown

ทั้งสองช่วงนี้มีใน EDM หลายแนว แต่ใน Trance จะเน้นชัดเจนและยาวกว่า

Build-up คือช่วงที่เพิ่มพลังของเพลงโดยใช้เอฟเฟกต์ต่าง ๆ

Breakdown คือช่วงที่ลดจังหวะและเสียงกลองลง เพื่อเน้นที่เมโลดี้ โดยไม่มีเสียงเพอร์คัชชัน

ผลที่ได้คือความรู้สึกเหมือน “ลอย” และ “เดินทาง” ไปกับเพลง

3. ท่อนฮุก (Hook)

ทำนองหลักหรือ Hook เป็นหัวใจสำคัญของเพลง Trance

มักถูกเล่นซ้ำหลายครั้ง เพื่อสร้างความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม โดยจะใส่เอฟเฟกต์อย่าง Delay และ Reverb เพื่อให้เสียงมีมิติมากขึ้น

4. เสียงร้อง (Vocals)

แม้ว่า Trance จะเป็นเพลงบรรเลงเป็นหลัก แต่บางเพลงก็ใช้เสียงร้องหรือนักร้องรับเชิญ

แนว Vocal Trance จะใช้เสียงผู้หญิง เพื่อเพิ่มอารมณ์และความรู้สึกลอย ๆ ให้กับเพลง

แนวย่อยของเพลง Trance (บางส่วน)

Hard Trance : แนวใหม่ในสาย Trance ที่มีเบสหนัก จังหวะซ้ำ และใช้ Reverb เยอะความเร็วอยู่ที่ 140–180 BPM มีรากมาจา Hardcore Breakbeat ในเยอรมนี และมีอิทธิพลต่อแนว Hardstyle ในช่วงปลายยุค 90s ถึงต้น 2000s

 Progressive Trance : โครงสร้างคล้าย Trance ดั้งเดิม แต่จะนุ่มนวลกว่า เน้น Build-up ที่มากขึ้น และ Breakdown ที่เบากว่า ต่อมาแนวนี้กลายเป็นรากฐานของ Uplifting Trance ซึ่งมีโทนสบาย ๆ และ Breakdown ที่ยาวขึ้น

 Psychedelic Trance (Psytrance) : แตกแขนงจาก Goa Trance มีจังหวะเร็ว เบสแน่น และเปลี่ยนจังหวะทุก 8 บาร์ถือว่าเป็นหนึ่งในแนว Trance ที่เร็วที่สุด

 Tech Trance : ผสมผสานระหว่าง Trance กับ Techno มีจังหวะซับซ้อน เสียง Synth แข็งแรง ใช้ Delay และ Resonance เยอะ แนวนี้กับ Hard Trance เป็นแนวย่อยที่ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

แนวเพลง Trance มีการแตกแขนงออกไปมากมาย จนเกิดเป็นกลุ่มผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม บางคนอาจชอบแนวใดแนวหนึ่ง บางคนก็ฟังได้ทุกแนว ในประเทศไทยเองก็มีงานที่รวมแนว Trance หลากหลายสไตล์ อย่าง Subculture และ FSOE ที่กำลังจะจัดขึ้น ซึ่งถือเป็นเวทีที่รวมแฟน Trance จากทั่วเอเชียไว้ด้วยกัน

- ทำความรู้จักกับ Subculture และ FSOE งาน Trance ชื่อดังที่มาจัดประเทศไทย

Subculture - เป็นแบรนด์และแนวเพลงในวงการ Trance ที่ก่อตั้งโดยดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวไอริช John O'Callaghan ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อที่เป็นที่รู้จักอย่างมากในวงการเพลง Trance ระดับโลก แบรนด์ Subculture เริ่มต้นจากการเป็นค่ายเพลง (record label) เพื่อปล่อยผลงานเพลงของ John O'Callaghan และศิลปิน Trance อื่นๆ ที่มีสไตล์ใกล้เคียงกัน เช่น Bryan Kearney, Craig Connelly, และศิลปิน Trance ที่เป็นที่รู้จักในแนว Uplifting และ Tech Trance นอกจากค่ายเพลงแล้ว Subculture ยังมีการจัดงานทัวร์และเฟสติวัลที่มีชื่อเดียวกันทั่วโลก โดยมีการรวบรวมศิลปินจากค่ายเพลงและแนวเพลงที่เกี่ยวข้องเพื่อมาแสดงสดในงาน Subculture!

Future Sound of Egypt - เป็นแบรนด์และรายการวิทยุที่ก่อตั้งโดยสองดีเจและโปรดิวเซอร์เพลง Trance ชาวอียิปต์ชื่อดัง Aly & Fila ตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งรายการนี้เน้นนำเสนอเพลงแนว Trance เป็นหลัก โดยมีการนำเพลงใหม่ๆ จากศิลปินต่างๆ มาเปิดในรายการเป็นประจำทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ FSOE ยังจัดงานเฟสติวัลและทัวร์ระดับโลกที่ใช้ชื่อเดียวกัน เช่น Future Sound of Egypt 500 หรือ FSOE 600 ที่ฉลองครบรอบตอนที่เท่าไหร่ของรายการวิทยุ และมีการเชิญศิลปินชื่อดังในวงการ Trance มาร่วมแสดงสดในงานต่างๆ ทั่วโลก และยังเคยเป็น 1 ใน Stage ของงาน Tomorrowland อีกด้วย! และในปีนี้เป็นการกลับมาในรอบ 5 ปีบอกเลยว่าแฟนเพลง Future Sound of Egypt ห้ามพลาด

สุดท้ายนี้สำหรับชาว Trance ที่ไม่อยากพลาดงาน Trance ดีๆ ก็อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสนุกจากทั้ง 2 งาน และ นอกจากนี้ยังมีอีเว้นท์มากมายจากงานนี้ที่จัดขึ้นตลอดทั้ง Weekend ของงานนี้อีกด้วย

ห้ามพลาดการกลับมาของทั้ง 2 งานในครั้งนี้เพราะรับรองเลยว่าจะไม่ทำให้ชาว Trance ผิดหวังอย่างแน่นอน! แล้วเจอกันวันที่ 4-5 เมษายนนี้ที่ LIV Bangkok!

ซื้อบัตรได้แล้วที่ : https://www.ticketmelon.com/tltxevo/fsoe-subculture-th25

อ้างอิงโดย

https://www.armadamusic.com/news/trance-music

https://www.masterclass.com/articles/what-is-trance-music

https://www.edmprod.com/what-is-trance-music/

(0)
(0)

อยากร่วมสนทนาไหม?

เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนเพื่อแสดงความคิดเห็น