Ash Pournouri อดีตผู้จัดการของ Avicii ได้ยื่นฟ้องคดีทางกฎหมายในประเทศสวีเดนต่อ Avicii AB ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกองมรดกของ Tim Bergling จากกรณีการนำเสนอภาพลักษณ์และบทบาทของเขาในสารคดีปี 2017 เรื่อง Avicii: True Stories โดยคดีนี้มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวอ้างว่าสารคดี รวมถึงการอ้างอิงในสื่อภายหลัง ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับบทบาทของเขาในช่วงอาชีพของ Avicii อย่างคลาดเคลื่อน
จากเอกสารศาลและข้อมูลที่มีการรายงานต่อสาธารณะ การฟ้องร้องครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยทางการเงิน แต่เป็นการขอให้มีการพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำเสนอข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และอำนาจในการตัดสินใจในช่วงเวลานั้น
ข้อพิพาทดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่ Ash Pournouri ยุติความสัมพันธ์ทางวิชาชีพกับ Tim Bergling ก่อนที่ Bergling จะเสียชีวิตในเดือนเมษายน 2018 เป็นเวลาสองปี สารคดี Avicii: True Stories ซึ่งออกฉายในเดือนกันยายน 2017 ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความกดดันจากการทัวร์ ปัญหาสุขภาพ และภาระทางความคิดสร้างสรรค์ของ Bergling โดยใช้ฟุตเทจส่วนใหญ่จากช่วงท้ายของการทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย
แม้สารคดีจะไม่ได้ระบุความรับผิดทางกฎหมายโดยตรง แต่ลักษณะการเล่าเรื่องและการจัดวางเนื้อหาทำให้ผู้ชมจำนวนมากเชื่อมโยง Ash Pournouri เข้ากับการตัดสินใจเกี่ยวกับตารางทัวร์และปริมาณงานในช่วงเวลานั้น
หลังการเสียชีวิตของ Tim Bergling สารคดีเรื่องนี้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงหลักของหนังสือ บทความเชิงลึก และการรายงานย้อนหลังเกี่ยวกับชีวิตและอาชีพของ Avicii ในช่วงเวลาต่อมา การเล่าเรื่องจากสารคดีถูกนำไปอ้างซ้ำในหลายแพลตฟอร์ม โดยมักไม่ได้แยกแยะช่วงเวลาก่อนและหลังการแยกทางด้านการจัดการในปี 2016 อย่างชัดเจน
Ash Pournouri ระบุว่า การอ้างอิงซ้ำในลักษณะนี้ค่อยๆ สร้างภาพจำแบบเรียบง่ายในสายตาสาธารณชน ซึ่งไม่สะท้อนรายละเอียดของสัญญาและโครงสร้างการบริหารที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา และเขาเห็นว่าการเผยแพร่ภาพจำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้แทบไม่มีพื้นที่ในการชี้แจงนอกเหนือจากกระบวนการทางกฎหมาย
ในปี 2024 Ash Pournouri ได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทในสวีเดนต่อ Levan Tsikurishvili ผู้กำกับสารคดี Avicii: True Stories โดยคดีนั้นมุ่งไปที่การตัดต่อและบริบทของการนำเสนอในสารคดีโดยเฉพาะ ส่วนคดีล่าสุดนี้ได้ขยายขอบเขตไปถึง Avicii AB เพื่อพิจารณาผลกระทบของสารคดีและการนำไปใช้อ้างอิงในสื่อ ที่มีต่อการรับรู้ของสาธารณชน
กระบวนการพิจารณาคดีคาดว่าจะมุ่งตรวจสอบเอกสาร ไทม์ไลน์ และอำนาจในการตัดสินใจ มากกว่าการตีความเชิงความรู้สึกส่วนบุคคล
กรณีนี้ได้จุดประเด็นถกเถียงอีกครั้งในวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เกี่ยวกับบทบาทของสารคดีในการสร้างภาพจำระยะยาวของศิลปินและผู้ร่วมงาน เมื่อสารคดีดนตรีกลายเป็นแหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์สำหรับผู้ชมทั่วโลก ประเด็นเรื่องการจัดลำดับเหตุการณ์ บริบท และสิ่งที่ถูกละไว้จึงมีผลอย่างมากต่อการเล่าเรื่องหลังการจากไปของศิลปิน
แม้คดียังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา ผลลัพธ์ของคดีนี้อาจส่งผลต่อแนวทางการสร้างสารคดีเกี่ยวกับศิลปินในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องความรับผิดชอบ บริบท และการนำเสนอภาพแทนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
10 เพลง EDM แนวความรักที่ควรหยิบกลับมาฟังอีกครั้งในวันวาเลนไ...