14% ของชาวอเมริกันบอกว่า EDM คือ “แนวเพลงโปรด” เวลารู้สึกซึมเศร้า จากผลการศึกษาล่าสุดของ Tebra
เสียงของ EDM ที่เต็มไปด้วยพลังและอารมณ์ กลายเป็นที่พึ่งทางใจของใครหลายคน โดยเฉพาะในวันที่รู้สึกไม่ไหว โดยมีศิลปินอย่าง Avicii, Calvin Harris และ Daft Punk ที่ถูกค้นหามากที่สุดในช่วงเวลานั้น
งานวิจัยล่าสุดจาก Tebra บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เริ่มมีบทบาทในฐานะเครื่องมือเยียวยาสำหรับชาวอเมริกันที่กำลังเผชิญภาวะซึมเศร้า
![]()
การศึกษาเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,000 คน พร้อมวิเคราะห์เพลย์ลิสต์ใน Spotify ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตกว่า 110,000 เพลง และพบว่า 14% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก EDM เป็นแนวดนตรีหลักที่หันไปหาเมื่อรู้สึกแย่ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากงานวิจัยเมื่อปลายปี 2024 ที่ระบุว่า EDM กำลังกลายเป็นหนึ่งในแนวเพลงที่มีบทบาทอย่างจริงจังในวงการ “ดนตรีบำบัด”
ผู้ที่ฟัง EDM มักรู้ดีว่าพลังของเพลงแนวนี้อยู่ที่ “ความรู้สึก” ทั้งจังหวะ build-up ที่ทำให้ลุ้นจนแทบนั่งไม่ติด drop ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทำให้เป็นอิสระ หรือช่วงพักกลางเพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกโอบกอดโดยฝูงชนที่ไม่รู้จักกัน ลองนึกถึง Wake Me Up ของ Avicii, Feel So Close ของ Calvin Harris หรือ Lose Yourself to Dance ของ Daft Punk ทั้งหมดนี้สะท้อนความสามารถของเพลงแนวนี้ในการพาเราหลุดพ้นจากความเป็นจริงได้

สามศิลปินนี้ยังเป็นชื่อที่ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกมากที่สุดในหมวด EDM ขณะที่ผู้ฟังเพลงเมทัล 59% ก็บอกว่าพวกเขาพึ่งดนตรีเพื่อเยียวยาเช่นกัน แต่ในทางกลับกัน 47% ของกลุ่มนี้กลับรายงานว่าสุขภาพจิตของตนยังคงย่ำแย่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า EDM อาจเป็นแนวเพลงที่ไม่ใช่แค่การระบายความเจ็บปวด แต่เป็นการพาใจวิ่งตามแสงสว่าง
ภายในรายงานฉบับเดียวกันนี้ยังระบุอีกว่า
- 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า “ดนตรีช่วยให้พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้”
- โดยเฉพาะกับภาวะวิตกกังวล (55%), ความเหงา (52%) และภาวะซึมเศร้า (47%)
- มากกว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่างเลือก “ดนตรี” แทนการเข้ารับการบำบัดในรูปแบบเดิม และ 57% เชื่อว่า ดนตรีให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แพ้กัน
งานวิจัยฉบับเต็มสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Tebra

Deadmau5 แซวเซตเพลง VOYD ของ Svdden Death ที่งาน Ultra 2026 ...