ทั่วไป

จากคลับสู่เวทีเฟสติวัล เส้นทางอาชีพของ KEVU ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

Feb 16th 2026 44 Views
Echo

KEVU เป็นชื่อที่อยู่ในวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มากว่าทศวรรษ จากการเริ่มต้นเล่นในคลับเล็ก ๆ สู่การทัวร์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ตารางโชว์ของเขาพาเดินทางทั่วยุโรปและเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ทั้งในคลับอย่าง Space Plus กรุงเทพฯ และบนเวทีเทศกาลอย่าง 808 Festival นอกจากงานทัวร์ เขายังมีผลงานออกกับค่ายใหญ่ เช่น Revealed Recordings และร่วมงานกับศิลปินอย่าง Maddix, W&W และ Blasterjaxx

EDM Addicts ได้นั่งคุยกับ KEVU เพื่อย้อนมองเส้นทางที่ผ่านมา ทั้งชีวิตการทัวร์ การร่วมงานสำคัญ และวิธีคิดเกี่ยวกับการปล่อยเพลงที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

จุดเริ่มต้นจาก Ultra Miami 2013

สำหรับ KEVU ทุกอย่างเริ่มต้นในปี 2013 หลังจากได้ชมเซ็ตของ Hardwell ที่ Ultra Music Festival

"ผมเริ่มหัดดีเจและทำเพลงหลังจากดูเซ็ตของ Hardwell ที่ Ultra Miami ปี 2013 ตอนนั้น big room กำลังอยู่ในจุดสูงสุด และผมไม่เคยได้ยินซาวด์แบบนั้นมาก่อนเลย ผมตกหลุมรักทันที และอยากลองทำเองบ้าง"

ไม่นานเขาก็เข้าใจว่า ถ้าอยากเติบโตจริง ๆ เขาต้องผลิตเพลงของตัวเองและปล่อยผลงานออกไป จากงานอดิเรกค่อย ๆ กลายเป็นความตั้งใจเต็มตัว จนสุดท้ายเขาลาออกจากงานเพื่อโฟกัสกับดนตรีอย่างจริงจัง

"ผมไม่เคยคิดว่ามันจะโตมาถึงจุดนี้ ทุกอย่างค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้น"

จาก "Bang" สู่การทัวร์ระดับโลก

หนึ่งในเพลงที่เป็นหมุดหมายสำคัญคือ “Bang” ที่ทำร่วมกับ Maddix ซึ่งเริ่มจากมิตรภาพยาวนาน

"ตอนนั้นเรายังแชร์ห้องเล็ก ๆ กันที่ไมอามี เพราะยังไม่มีเงินพอจะพักแยกกัน"

เพลงนี้ถูกเล่นโดย Hardwell บนเวที Ultra Miami 2017 ทำให้มันขยายไปไกลกว่าคลับหรือเทศกาลใดเทศกาลหนึ่ง

"ผมยังได้รับวิดีโอจากแฟน ๆ ที่เปิดเพลงนี้อยู่เสมอ มันทำให้รู้ว่าเพลงยังมีชีวิตอยู่ และมันจะเป็นเพลงที่ผมรู้สึกผูกพันเสมอ"

มากกว่าสิบปีผ่านไป KEVU มองว่าการอยู่รอดในวงการวันนี้ต้องปรับตัว

"อุตสาหกรรมตอนนี้โฟกัสที่ TikTok, Instagram Reels และกระแสโซเชียล มันเป็นความท้าทายใหม่ แต่ผมยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ขึ้นเวทีเหมือนวันแรก"

808 Festival และความทรงจำในไทย

ประเทศไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางการทัวร์ของ KEVU ครั้งแรกในปี 2020 เมื่อเขาเดินทางมาที่กรุงเทพฯ เพื่อเล่นที่ 808 Festival โดยต้องเข้าประเทศภายใต้มาตรการกักตัวที่เข้มงวด หลังจากโปรตุเกสล็อกดาวน์มานานกว่าหกเดือน

การได้กลับขึ้นเวทีครั้งนั้นไม่ได้เป็นแค่งานโชว์ธรรมดา เขาเล่าว่า

“โชว์ที่พิเศษที่สุดของผมในไทยคงเป็น 808 Festival ปี 2020 ตอนนั้นทั้งโลกแทบหยุดไปเพราะโควิด ไม่มีปาร์ตี้ที่ไหนเลย ทุกคนอยู่แต่บ้าน เพื่อจะได้เล่นงานนี้พวกเราต้องกักตัวในโรงแรม 15 วัน พอไปถึงงานแล้วเห็นคนประมาณ 10,000 คนอยู่ตรงหน้า มันเหนือจริงมาก”

นั่นยังเป็นครั้งแรกที่เขาได้เล่นให้กับ Rave Culture ในประเทศไทย และอยู่ในไลน์อัพเดียวกับ Sub Zero Project, Ben Nicky, Sandro Silva, Morten, W&W และ Vini Vici ถึงแม้เขาจะได้เล่นช่วงต้น ตอนที่คนยังทยอยเข้ามา แต่ความทรงจำนั้นยังอยู่กับเขาเสมอ

“ผมยังจำได้ว่าถ่ายรูปกับทุกคน แล้วคิดในใจว่า เด็กจากเมืองเล็ก ๆ แบบผมมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มันเหมือนฝันเลย”

เขายังพูดถึงกระแสวิจารณ์ออนไลน์จากบางคนที่ไม่เข้าใจบริบท โดยอธิบายว่าไทยตอนนั้นไม่มีผู้ติดเชื้อ และมีมาตรการกักตัวเข้มงวดมาก

หลังจากนั้น ไทยไม่ได้เป็นแค่จุดแวะเล่นเฟสติวัลครั้งเดียว ปีที่แล้วเขามาอยู่ที่นี่หลายเดือน และตัดสินใจกลับมาอีก เพราะเขามองว่า

“วงการอิเล็กทรอนิกส์ใช้เวลาอยู่กรุงเทพฯ เยอะ มันสำคัญในเชิงธุรกิจ”

นอกจากเรื่องงาน เขายังพูดถึงชีวิตประจำวันในไทยว่า

“ผู้คนเป็นมิตร อาหารอร่อย อากาศดี ผมเคารพวัฒนธรรมไทยมาก และผมชอบพลังของคนที่นี่”

เมื่อเทียบไทยกับโปรตุเกส เขาบอกว่าโปรตุเกสมีคลับเปิดตลอดปีน้อยกว่ามาก ในขณะที่ไนต์ไลฟ์ไทยเดินต่อเนื่อง และที่น่าสนใจคือเพลงแนวไม่มีเสียงร้อง ดรอปหนัก ๆ ที่ใช้ได้ผลในโปรตุเกส ก็เข้ากับคนดูไทยได้เหมือนกัน

นอกเรื่องดนตรี โปรตุเกสเงียบและสงบกว่า โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในเมืองเล็ก ๆ ราว 60,000 คน ขณะที่กรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกเร็วและเข้มข้นกว่า ครอบครัวของเขายังอยู่โปรตุเกส แต่ไทยกลายเป็นที่ที่จังหวะชีวิตการทัวร์ของเขาอยู่ได้ลงตัว

จากการร่วมงานกับ EDM Addicts ต่อเนื่อง ทำให้เขาได้ขึ้นโชว์แบบเฮดไลน์ในคลับ รวมถึง Space Plus ปี 2022 ซึ่งก่อนขึ้นเวทีหลายคนบอกว่าคนดูที่นั่นมักไม่ค่อยขยับ

“แต่พอผมเล่น ปฏิกิริยามันแรงมาก เจ้าของคลับยังบอกว่าเป็นหนึ่งในโชว์ที่ดีที่สุดที่เขาเคยเห็นที่นั่นเลย”

ชีวิตระหว่างโปรตุเกสกับไทย

สำหรับ KEVU ชีวิตในโปรตุเกสต่างจากไทยมาก ทั้งในมุมดนตรีและชีวิตส่วนตัว เขาบอกว่าในโปรตุเกส

“อาจมีคลับที่ยังทำงานอยู่ประมาณ 10 ถึง 15 แห่ง และมีแค่ไม่กี่ที่ที่เล่น EDM เป็นหลัก”

ส่วนใหญ่โชว์ของเขาที่นั่นจะเกิดขึ้นช่วงหน้าร้อน เพราะเป็นช่วงที่มีเฟสติวัลและงานประจำเมืองมากขึ้น ต่อให้คนดูไม่ได้อินกับอิเล็กทรอนิกส์มาก เขาบอกว่าถ้าอ่านคนดูเป็น เซ็ต Big Room ที่ฟังง่ายก็ยังทำงานได้ดี

นอกเรื่องงาน โปรตุเกสจะเงียบกว่า โดยเฉพาะหน้าหนาว เขาอยู่เมืองเล็ก ๆ ประมาณ 60,000 คน ซึ่งทำให้มีเวลาสำหรับครอบครัวและทำเพลงในสตูดิโอ

ไทยต่างออกไป เขาบอกว่า

“ในไทยมีคลับและปาร์ตี้ตลอดทั้งปี และไนต์ไลฟ์คึกคักมาก”

กรุงเทพฯ มีอีเวนต์ต่อเนื่อง และเขาสังเกตว่าคนดูไทยชอบเพลงที่มีแรง มีดรอปชัด และไม่มีเสียงร้อง คล้ายกับที่ทำงานได้ดีในบ้านเขา

ความต่างที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเขาคือเรื่องง่าย ๆ ครอบครัวของเขาอยู่โปรตุเกส ส่วนไทยเป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นกว่า และโฟกัสเรื่องทัวร์มากกว่า แต่ทั้งสองที่ เขาบอกว่าคนเป็นมิตร และบรรยากาศโดยรวมดีเหมือนกัน

ความฝันที่สนามเหย้า Benfica

นอกจากดนตรี ฟุตบอลคืออีกสิ่งที่อยู่กับเขามาตลอด

"Benfica คือส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาตั้งแต่เด็ก"

ความฝันสูงสุดของเขาไม่ใช่ Tomorrowland แต่คือการได้เล่นที่สนาม Benfica ในวันที่ทีมคว้าแชมป์

"ถ้าได้เล่นที่นั่น ผมสามารถหยุดอาชีพวันรุ่งขึ้นได้เลย และรู้สึกว่าทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว"

ก้าวต่อไป

KEVU เคยร่วมงานกับ W&W, Blasterjaxx และทำรีมิกซ์ให้ Timmy Trumpet

ศิลปินที่เขายังอยากร่วมงานมากที่สุดคือ Hardwell

"เขาคือคนที่ทำให้ผมเริ่มต้น ผมหวังว่าสักวันจะได้ทำเพลงร่วมกัน"

ตอนนี้เขามีเพลงใหม่หลายเพลง เตรียมปล่อยกับ Revealed และร่วมงานกับ BEAUZ พร้อมตั้งเป้ากลับไปแตะหนึ่งล้านผู้ฟังต่อเดือนบน Spotify

มากกว่าสิบปีหลังจากดูเซ็ตของ Hardwell ที่ Ultra Miami KEVU ยังไล่ตามความรู้สึกเดียวกันนั้น

เวทีใหญ่ขึ้น ตารางทัวร์ยาวขึ้น แต่เหตุผลยังเหมือนเดิม

ตราบใดที่ยังมีไอเดียใหม่ และยังมีผู้คนรออยู่หน้าเวที เส้นทางนี้ก็ยังเดินหน้าต่อ

แล้วสำหรับคุณ เพลงหรือเซ็ตไหนของ KEVU ที่ยังอยู่ในความทรงจำมากที่สุด?

แท็ก:
แชร์:
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น


Echo

ดาวน์โหลดแอปของเราสำหรับข่าวสารวงการเพลงที่เร็วที่สุด

คุณจะเป็นคนแรกที่รับข่าวสารเกี่ยวกับเฟสติวัล คลับ และอีเว้นท์ต่างๆ