ถ้าคุณยังคิดว่า Coachella คือเทศกาล Rock และ Pop ลองดูตัวเลขนี้ก่อน
Electronic Music ครอง 45% ของ Lineup ทั้งหมดในปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก 39% ในปี 2025 และเป็นสัดส่วนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของงาน เกือบครึ่งหนึ่งของ Coachella ตอนนี้คือ House, Techno, Bass, Experimental และทุกอย่างที่อยู่ในโลกดนตรีอิเล็กทรอนิกส์
ข้อมูลนี้มาจาก Booking Agent Info ที่ทำการวิเคราะห์ Lineup ของ Coachella และเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกามาอย่างต่อเนื่อง และผลที่ได้ชัดเจนมากว่า Electronic Music ได้แซง Rock ขึ้นมาเป็นแนวดนตรีอันดับหนึ่งในเทศกาลดนตรีใหญ่ของอเมริกาแล้ว
สิ่งที่น่าสนใจมากในปีนี้คือ Anyma ได้รับการวางตำแหน่งเป็น Headliner ซึ่งตำแหน่งนี้ก่อนหน้านี้รับหน้าที่โดย Travis Scott, No Doubt และ Calvin Harris
การที่ Anyma ขึ้นมาอยู่ในระดับนั้น บอกอะไรบางอย่างได้ชัดมาก
นอกจาก Anyma แล้ว Lineup ในแนวเพลงนี้ยังเต็มไปด้วย Disclosure, Solomun, REZZ, Subtronics, Kaskade, Adam Beyer, Carlita, Kettama, Mochakk, Adriatique, Duke Dumont, Major Lazer, Groove Armada และ Armin van Buuren B2B Adam Beyer และยยังมีศิลปินดาวรุ่งพุ่งแนงอย่าง Hamdi, Levity และ Max Styler ที่พิสูจน์ว่า Coachella ไม่ได้บุ๊กแค่ศิลปินซุปเปอร์สตาร์เท่านั้น แต่ยังให้โอกาศและพื้นที่สำหรับศิลปินดาวรุ่งมากมายอีกด้วย!

- Rock ยังอยู่ที่ 25% ด้วยศิลปินอย่าง The Strokes, Interpol, The Rapture, Iggy Pop และ Nine Inch Noize ซึ่งเป็นการ Collab ระหว่าง Nine Inch Nails กับโปรดิวเซอร์ Electronic อย่าง Boys Noize ซึ่งในตัวเองก็สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ใน Rock Zone ยังมีอิทธิพลของ Electronic แทรกอยู่
- Pop อยู่ที่ 17% นำโดย Sabrina Carpenter และ Justin Bieber ที่ยังเป็นแรงดึงดูดหลักสำหรับคนทั่วไป
- Hip-Hop ลดลงมาอยู่ที่เพียง 7% กับชื่ออย่าง Young Thug, Clipse, Central Cee และ Sexyy Red ซึ่งถือว่าเปลี่ยนแปลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ที่ Hip-Hop เคยเป็นหัวใจหลักของงาน
- R&B, Latin, K-Pop และแนวเพลงอื่นๆ ต่างอยู่ที่แนวละ 2% โดยมีชื่อศิลปินอย่าง Davido, Karol G, BIGBANG, BINI และ KATSEYE ที่ช่วยให้งานมีความหลากหลายในระดับนานาชาติมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน Do LaB Stage ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปีในปี 2025 เริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งใน Stage ที่เป็นที่รักมากที่สุดในงาน และ Quasar Stage ที่เปิดตัวมาในช่วงหลังก็ทำหน้าที่เดียวกัน ด้วย DJ Set ที่ยาวกว่าและโปรดักชันที่ใหญ่กว่า สองสิ่งนี้คือประตูที่เปิดให้ Electronic Music เดินเข้ามาอยู่ในใจกลางของ Coachella ได้อย่างช้าๆ แต่มั่นคง
หนึ่งในเรื่องที่คนพูดถึงมากที่สุดใน Weekend 1 คือโชว์ ÆDEN ของ Anyma ที่ถูกยกเลิกกลางดึกเพราะลมแรงจนไม่สามารถตั้ง Stage ได้อย่างปลอดภัย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีการโฆษณาโชว์นี้บน Billboard ตลอดทางไปงาน
Coachella ออกมาแจ้งว่าการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นร่วมกันโดยให้ความปลอดภัยของผู้ชมเป็นอันดับแรก

โชว์นี้จะถูกเลื่อนมาจัดใน Weekend 2 แทน และตอนนี้ไม่มีการแจ้งเตือนเรื่องลมแรงอีกแล้ว
การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ใน Weekend 2
- REZZ ถอนตัวจาก Sahara Tent คืนวันเสาร์เพราะปัญหาสุขภาพ โดยไม่มีศิลปินมาทดแทน แค่ปรับเวลาของคนอื่นแทน
- Quasar Stage ใน Weekend 2 มี Lineup ใหม่ทั้งหมด รวมถึง Armin van Buuren x Adam Beyer, Madeon และ DJ Snake กับการ B2B แบบจัดเต็มกับ Knock2, Rl Grime และ Flosstradamus
- และสำหรับคนดูที่บ้าน YouTube Livestream ใน Weekend 2 จะเพิ่ม Yuma Tent เข้ามาแทน Sonora Tent ซึ่งเป็น Stage สาย House และ Techno โดยเฉพาะ ถือเป็นของขวัญสำหรับแฟน EDM ที่ไม่ได้อยู่ในงาน
สำหรับคนรุ่นใหม่ Electronic Music ไม่ใช่ดนตรีใต้ดินอีกต่อไป มัน Streaming ได้ทั่วโลก มี Tour ใหญ่ มี Collab กับ Pop Artist และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกระแสหลักไปแล้ว
Coachella แค่ยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นมาสักพักแล้ว
อีกไม่นาน คงไม่มีใครแปลกใจที่เห็น EDM ครอง Lineup งาน Coachella เกินครึ่ง
ปาร์ตี้ 7 วัน 7 คืนแบบ Non-Stop! Tomorrowland Winter 2026 เร...