ดาวน์โหลดแอปของเราสำหรับข่าวสารวงการเพลงที่เร็วที่สุด
คุณจะเป็นคนแรกที่รับข่าวสารเกี่ยวกับเฟสติวัล คลับ และอีเว้นท์ต่างๆ
Seven Lions หรือชื่อจริง Jeff Montalvo คือหนึ่งในศิลปินหลักของสาย melodic electronic music เขาเป็นที่รู้จักจากการผสมผสาน melodic dubstep, trance และ progressive เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2010 ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยอารมณ์ที่ชัดเจนและโครงสร้างเพลงที่ยาวและลึก ช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับดนตรีสายเบสบนทั้งเวทีเฟสติวัลและในรูปแบบอัลบั้ม นอกจากผลงานของตัวเอง เขายังผลักดันศิลปินอีกหลายคนผ่านค่าย Ophelia Records
หลังจากอัลบั้มล่าสุด Asleep in the Garden of Infernal Stars ถูกปล่อยออกมา และการกลับมาไทยอีกครั้งในงาน EDC Thailand ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เราได้พูดคุยกับเขาถึงแนวคิดในการทำเพลงและการทัวร์ในปัจจุบัน การนำเพลงใหม่ใส่ในไลฟ์เซ็ต และมุมมองต่อการทำอาชีพนี้ในระยะยาว
แนวคิดเบื้องหลังอัลบั้ม Asleep in the Garden of Infernal Stars
อัลบั้มนี้ถือเป็นสตูดิโออัลบั้มเต็มชุดที่สองของ Seven Lions ภายใต้ Ophelia Records ประกอบด้วยทั้งหมด 11 เพลง และมีการร่วมงานกับศิลปินอย่าง Kerli, HALIENE, Lilly Ahlberg, No/Me, Oaks และ Fiora ซึ่งหลายคนเคยร่วมงานกับเขามาก่อน
ก่อนปล่อยอัลบั้มเต็ม เขาได้ทยอยปล่อยบางเพลงออกมาก่อน เช่น “By the Light of the Moon” กับ Kerli, “So Far Away” กับ Lilly Ahlberg และ “Cold as Snow” กับ HALIENE ทำให้แฟนเพลงได้เห็นทิศทางของงานชุดนี้ล่วงหน้า อัลบั้มเต็มให้ความสำคัญทั้งพาร์ตดนตรีและพาร์ตร้องอย่างสมดุล ผ่านเพลงอย่าง “A Crown of Seven Suns,” “From Beyond,” “Past You” และ “Breathe It Out Slowly”
เมื่อถูกถามถึงแนวคิดของอัลบั้ม เขาบอกว่านี่คือ “การกลับไปสู่ Seven Lions แบบดั้งเดิม” และอธิบายว่าเพลงทั้งหมดถูกเขียนขึ้นจาก “ความจริงใจ” กระบวนการทำเพลงให้ความรู้สึกคุ้นเคย เหมือนกับแนวทางที่เขาเคยทำมาตลอด สิ่งที่ต่างออกไปคือเขามีส่วนร่วมในงานด้านภาพและทิศทางศิลป์มากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งเขาบอกว่าสนุกและท้าทาย ส่วนในด้านดนตรี เขาย้ำว่า “ยังคงรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเดิม”
เมื่อถามว่าเพลงไหนสะท้อนตัวเขาในวันนี้มากที่สุด เขาเลือกเพลง “Thrice Woven” เพราะเป็นเพลงที่ใกล้เคียงกับดนตรีที่เขาชอบฟังและชอบทำจริง ๆ
การกลับมาไทยใน EDC Thailand และแนวทางการเล่นสด
การแสดงใน Electric Daisy Carnival Thailand ถือเป็นการกลับมาไทยอีกครั้งของเขา หลังจากไม่ได้มาแสดงตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 งานนี้เป็นหนึ่งในเฟสติวัลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
เมื่อถามว่าบรรยากาศในไทยแตกต่างจากที่อื่นหรือไม่ เขาบอกว่าคล้ายกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในแง่ของผู้ชมที่เดินทางมาจากหลายที่เพื่อร่วมงาน แต่สิ่งที่เขาประทับใจคือสถานที่จัดงาน ซึ่งเขาบอกว่า “ให้ความรู้สึกพิเศษ”
ก่อนขึ้นเวที สิ่งที่เขาโฟกัสชัดเจนคือ “เพลงใหม่” เขาตั้งใจนำผลงานใหม่มาเล่น และหนึ่งในช่วงเวลาที่เขาจดจำได้คือการได้เปิดเพลงใหม่ที่ยังไม่ปล่อยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกบนเวที เขาบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ยังทำให้เขาตื่นเต้นทุกครั้ง
นอกเหนือจากเวที เขายังพูดถึงความรู้สึกต่อประเทศไทยว่าเป็นสถานที่ที่ใช้เวลาได้อย่างสบาย ๆ และผ่อนคลาย

มุมมองต่อการทัวร์และอนาคตข้างหน้า
Seven Lions พูดถึงอัลบั้มและการทัวร์ในแบบที่สอดคล้องกับวิธีการทำงานของเขามาตลอด เขายอมรับว่า “การทำอัลบั้มใหญ่หรือทัวร์ใหญ่ ๆ ไม่เคยเป็นสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรก” เขาไม่ได้วางแผนทุกอย่างล่วงหน้านาน ๆ แต่ปล่อยให้โปรเจกต์ต่าง ๆ เกิดขึ้นตามจังหวะที่เหมาะสม
เขาไม่ได้มองว่าการออกอัลบั้มจำเป็นต้องตามมาด้วยทัวร์ยาวเสมอไป และไม่ได้ผูกตัวเองกับตารางที่แน่นตลอดปี การพักระหว่างโปรเจกต์จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ
เมื่อถูกถามถึงการกลับมาไทยอีกครั้งในอนาคต เขาตอบทันทีว่า “อยากกลับมาเสมอ ไม่ว่าเหตุผลอะไร”
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในวันนี้คือ “สุขภาพจิตของตัวเอง” เขาอธิบายว่าการดูแลตัวเองคือสิ่งสำคัญ หากต้องการทำงานนี้ต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า การตัดสินใจเรื่องทัวร์ การปล่อยเพลง และการใช้ชีวิตบนท้องถนน ล้วนต้องคำนึงถึงความสมดุลมากขึ้น
ตอนนี้ Asleep in the Garden of Infernal Stars ได้ปล่อยอย่างเป็นทางการแล้ว และสามารถฟังได้ครบทุกเพลงบนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

คุณจะเป็นคนแรกที่รับข่าวสารเกี่ยวกับเฟสติวัล คลับ และอีเว้นท์ต่างๆ