LifeStance Health ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิตในสหรัฐฯ ทั้งแบบออนไลน์และที่คลินิก เปิดเผยผลสำรวจว่า Gen Z อเมริกัน 49% เลี่ยงการเต้นในที่สาธารณะ เพราะกลัวว่าจะถูกถ่ายแล้วกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์
Dynata เก็บข้อมูลผลสำรวจนี้ให้ LifeStance Health ในเดือนกรกฎาคม 2026 จากผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ อายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,000 คน ผลสำรวจเผยแพร่ผ่านข่าวประชาสัมพันธ์บน PR Newswire เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 ต่อมาสื่อสายดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อย่าง EDM.com และ Mixmag หยิบไปรายงานต่อ
นอกจากการเต้น ผู้ตอบกลุ่ม Gen Z ยังเลี่ยงพฤติกรรมอื่นในที่สาธารณะด้วยเหตุผลเดียวกัน 43% บอกว่าเก็บอารมณ์ของตัวเองไว้ และ 38% เลี่ยงการทำตัวเปิ่นหรือเล่นมุก
ถ้านับผู้ตอบทุกช่วงวัยรวมกัน คนที่เลี่ยงการเต้นมี 30% ส่วนตัวเลขที่ LifeStance Health ชูเป็นพาดหัวข่าวคือ 47% ของผู้ตอบทุกวัยเห็นด้วยว่า โอกาสที่ตัวเองจะกลายเป็นคอนเทนต์ออนไลน์ทำให้ผ่อนคลายและเป็นตัวเองในที่สาธารณะได้น้อยลง
ความกังวลเรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเต้น Gen Z 72% บอกว่าโอกาสที่จะกลายเป็นไวรัลมีผลต่อความอยากออกจากบ้านหรือไปงานต่างๆ เทียบกับ 48% ของผู้ตอบทุกวัย
ในอีกข้อ Gen Z 74% บอกว่ามันกระทบสมาธิและความสุขกับช่วงเวลาตรงหน้า ขณะที่ผู้ตอบทุกวัยอยู่ที่ 52%
ผลกระทบยังเกิดขึ้นเป็นประจำ Gen Z 47% บอกว่าความกลัวนี้กระทบอารมณ์ของตัวเองทุกสัปดาห์ และ 43% บอกว่ากระทบการนอน ส่วนผู้ตอบทุกวัยที่บอกว่ากระทบอารมณ์ทุกสัปดาห์มี 27%
ตัวเลขที่ใกล้ตัวคนเที่ยวกลางคืนที่สุดมาจากภาพรวมทุกวัย 20% เคยเลี่ยงงานรวมตัวกับเพื่อน และ 19% เคยเลี่ยงไปบาร์หรือสถานบันเทิงกลางคืน
Dr. Jennifer Park รองประธานฝ่ายความเป็นเลิศทางคลินิกและนวัตกรรมของ LifeStance Health อธิบายผลสำรวจนี้ว่า
"ผลสำรวจของเราชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในบทบาทของโซเชียลมีเดียต่อชีวิตประจำวัน เดิมโซเชียลมีเดียมักถูกโยงกับ 'FOMO' หรือความกลัวว่าจะพลาดอะไรไป แต่ตอนนี้โซเชียลมีเดียกำลังสร้างความกังวลอีกแบบ คือความกลัวว่าพฤติกรรมและประสบการณ์ในชีวิตประจำวันอาจถูกบันทึกและแชร์ต่อบนโลกออนไลน์ ความกลัวนี้ทำให้คนอยู่กับปัจจุบันได้เต็มที่ยากขึ้น หรือถึงขั้นรู้สึกไม่สบายใจที่จะออกจากบ้าน เมื่อเวลาผ่านไป ความกังวลเหล่านี้อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการมีสังคมและความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม และเพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงา จนอาจนำไปสู่สุขภาพจิตที่แย่ลง"
ก่อนผลสำรวจนี้จะออกมา คลับหลายแห่งในนิวยอร์ก ลอนดอน และอิบิซา ใช้นโยบายห้ามมือถือหรือติดสติกเกอร์ปิดกล้องกันมาแล้ว
EDM.com ระบุว่าทุกวันนี้การถ่ายคอนเทนต์ในพื้นที่เต้นทำได้ง่ายกว่าที่เคย ส่วนหนึ่งเพราะแว่นอัจฉริยะอย่าง Ray-Ban Meta และเคยรายงานไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่า มีเสียงเรียกร้องให้สถานบันเทิงแบนแว่นแบบนี้มากขึ้น หลังพบว่ามีผู้ชายบางคนจงใจทำให้ไฟ LED ที่บอกว่ากำลังบันทึกไม่ทำงาน เพื่อแอบถ่ายผู้หญิงโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว จนมีนักพัฒนาออกแอป iPhone ชื่อ ZuckOff ไว้ช่วยตรวจหาแว่นอัจฉริยะที่อยู่ใกล้ๆ
BASEMENT คลับในนิวยอร์กที่เปิดเมื่อปี 2019 ใช้นโยบายห้ามมือถือมาตั้งแต่เปิด และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 คลับประกาศผ่าน Instagram ว่าห้ามแว่นอัจฉริยะเพิ่มอีกอย่าง ทั้งสวมเข้ามาและพกไว้ในกระเป๋า ใครฝ่าฝืนจะถูกเชิญออกและอาจถูกแบนถาวร ตามรายงานของ DJ Mag
DJ Mag ยังอ้างข้อมูลจาก Eventbrite ว่างานบันเทิงแบบไม่ใช้มือถือ รวมถึงปาร์ตี้ในคลับ มีจำนวนเพิ่มขึ้น 567% นับจากปี 2024
ที่อิบิซา Pikes Ibiza เริ่มห้ามมือถือในคืนวันจันทร์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ก่อนขยายเป็นทั้ง 7 คืน และติดสติกเกอร์ปิดกล้องมือถือตั้งแต่ทางเข้า คลับบอกถึงนโยบายนี้ว่า "เราอยากให้คุณเต้นเหมือนไม่มีใครมองอยู่" DJ Mag รายงานไว้ตอนนั้นว่าคลับอื่นที่ใช้นโยบายคล้ายกันมีทั้ง fabric และ Fold ในลอนดอน Nowadays ในนิวยอร์ก และบาง residency ของ Hï Ibiza
ส่วน Lost ในลอนดอน ใช้วิธีล็อกมือถือใส่ซองก่อนเข้างานและห้ามถ่ายรูป ล่าสุดประกาศกลับมาอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2026 ภายใต้กติกาไม่มีมือถือ ตามรายงานของ Time Out และ Mixmag
ติดตามข่าววงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อัปเดตล่าสุดได้ที่ EDM Addicts
ที่มา: LifeStance Health ผ่าน PR Newswire, EDM.com, Mixmag, DJ Mag (BASEMENT, Pikes Ibiza)
Martin Garrix ปล่อยเพลง This Dream of You ซิงเกิลใหม่ที่ร้อง...