search
notification
cart

ข่าว DETAILS

EDC Thailand 2026 ประกาศไลน์อัพแล้ว!! นี่คือศิลปินที่ทุกคนห้ามพลาดห้ามพลาดเด็ดขาด

03 September, Thursday 2380
เฟสติวัลEDM AddictsMartin GarrixCharlotte de WitteInsomniacFestivalEDMEDC ThailandEDM UpdateEDCTH2026PhuketRhythm Park

ไลน์อัพ EDC Thailand รอบเดือนธันวาคม 2026 ครบแล้ว โปสเตอร์ Phase 2 ที่ปล่อยออกมาไม่มีบรรทัด more to be announced ต่อท้ายอีกแล้ว แปลว่าที่เห็นตอนนี้คือไลน์อัพเต็มทั้งงาน

งานจัดที่ Rhythm Park ภูเก็ต วันที่ 18, 19, 20 ธันวาคม 2026 ภายใต้การดูแลของ Insomniac เจ้าของแบรนด์ EDC ระดับโลก และเป็นสัปดาห์ถัดจาก Tomorrowland Thailand พอดี ทำให้เดือนธันวาคมปีนี้เป็นเดือนที่เทศกาลอัดแน่นที่สุดเท่าที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยมี ปีนี้มีดีเจกว่า 100 คน กระจายอยู่บน 6 เวที ครอบคลุมทั้งแนวเพลง Techno, House, Drum and Bass, Hardstyle และ Bass

ศิลปินที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว

Martin Garrix คือศิลปินที่ไม่ต้องอธิบายเยอะ ดีเจโปรดิวเซอร์ชาวดัตช์ที่แจ้งเกิดตั้งแต่อายุ 17 ด้วยเพลง Animals เมื่อปี 2013 เขาขึ้นอันดับ 1 ของ DJ Mag Top 100 มาแล้วหลายปี และเคยร่วมงานกับศิลปินอย่าง Dua Lipa, Ed Sheeran และ Khalid แนวเพลงหลักของเขาคือ Progressive House ที่ออกแบบมาให้เป็น festival anthem โดยเฉพาะ เซ็ตของ Martin Garrix คือเซ็ตที่แฟนเพลงทุกคนจะร้องตามได้

Dom Dolla ดีเจโปรดิวเซอร์ชาวออสเตรเลียที่มาแรงสุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้เข้าชิง Grammy และมียอดสตรีมรวมทะลุพันล้านครั้งจากเพลงอย่าง Miracle Maker, Rhyme Dust และ Saving Up สไตล์ของเขาคือแนวเพลง Tech House และ House ที่ฟังสนุก เต้นง่าย และมีไดนามิคต่างจากศิลปินคนอื่นๆ

Green Velvet B2B Steve Angello อันนี้คือเซ็ตที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นการจับคู่ศิลปินต่างขั้วเข้ามาด้วยกัน Green Velvet คือตำนานแนวเพลง House และ Techno จากชิคาโกที่อยู่ในวงการมากว่า 30 ปี ส่วน Steve Angello คือสมาชิก Swedish House Mafia และเจ้าของค่าย Size Records การที่สองคนนี้เล่น back to back กันคือโมเมนต์ที่แฟนๆ ไม่ควรพลาด เพราะคงหาดูได้ยาก ณ เวลานี้

Charlotte de Witte ราชินี Techno จากเบลเยียม เจ้าของค่าย KNTXT เธอครองตำแหน่งดีเจ Techno อันดับ 1 ของโลกจาก DJ Mag มาหลายปีติด และเป็นศิลปินผู้หญิงคนแรกที่ได้ปิดเมนสเตจ Tomorrowland สไตล์ของเธอคือแนวเพลง Techno ที่มีความดาร์ก ดิบ และรุนแรงตั้งแต่ต้นจนจบ ใครชอบของหนักห้ามพลาดเธอเด็ดขาด บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง

ศิลปิน Underground ที่ควรรู้จัก

I Hate Models ดีเจโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อเรื่องแนวเพลง Techno ที่ได้อิทธิพลจาก Industrial ผสมเรฟยุค 90 เขาติดอันดับ DJ Mag Top 100 เซ็ตของเขาคือการผสมความรุนแรงกับความเศร้าเข้าด้วยกัน ใครชอบ Techno ที่มีอารมณ์ ไม่ใช่แค่หนักอย่างเดียว ต้องลองไปดู

Funk Tribu ดีเจชาวโคลอมเบียที่ตอนนี้ปักหลักอยู่เบอร์ลิน เขาคือหัวหอกของกระแสแนวเพลง NU-Trance ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก เพลงของเขาผสม Techno เร็วกับ Trance ทำให้ได้ฟีลย้อนยุคแต่ทันสมัย เพลงอย่าง Phonky Tribu ดังทะลุล้านสตรีม และเขาเคยเล่น Tomorrowland มาแล้ว นี่คือศิลปินที่กำลังมาแรงที่สุดในแนวเพลงนี้ตอนนี้

Jamie Jones ตำนานแนวเพลง House จากเวลส์ ผู้ก่อตั้งค่าย Hot Creations และปาร์ตี้ Paradise ที่โด่งดังจาก Ibiza เขาเคยเป็นดีเจอันดับ 1 ของ Resident Advisor และเป็นดีเจ House ที่อันดับสูงที่สุดใน DJ Mag Top 100 สไตล์ของเขาคือ House ที่อบอุ่น มีกลิ่นดิสโก้ เซ็ตของเขาคือการพาคนไปทั้งทริป ไม่ใช่แค่ปล่อยเพลงแรงรัวๆ

Phase 2 เพิ่มอะไรเข้ามาบ้าง

ของใหญ่ที่สุดคือ Basscon แบรนด์แนวเพลง Hard Dance ของ Insomniac ที่เข้ามาต่อจาก Bassrush Experience, Dreamstate และ Factory 93 ทำให้ EDC Thailand ปีนี้มีแบรนด์ในเครือ Insomniac มาคุมโปรแกรมถึง 4 เจ้าตลอดทั้งงาน

Phase 2 ยังเพิ่มการจับคู่ back to back อีก 3 คู่ที่ไม่มีในโปสเตอร์แรก ทั้ง Adiel B2B Anne, Afem Syko B2B Funk Tribu และ Mr. Sour B2B Sacha Muki พร้อมด้วย Nakadia ดีเจ Techno ชาวไทยที่สร้างชื่อจากการเล่นทั่วยุโรปและเอเชีย

ศิลปินที่เหลือซึ่งเพิ่มเข้ามาใน Phase 2 ได้แก่ Am Not Joy, Ana Rova, Baggi, Bravery, Coop, Ekanan, Genji, Guide, Hanky, Jaidee, Juntaro, JWP., Kaku, Kamiko, Kikie, Nghtshift, Noon, Oxyboy, Pnny Collective, Rafael, Sundaysundae และ Thanac

อีกเรื่องที่น่าสนใจควบคู่กันคือ หนึ่งใน 6 เวทีของงานปีนี้ชื่อ BOOMBOX เป็นเวทีที่ทำขึ้นเพื่อศิลปินหน้าใหม่จากไทยและภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ

ไลน์อัพเต็มแยกตามแนวเพลง

เวทีหลัก Martin Garrix, Tiesto, DJ Snake และ Kaskade

แนวเพลง Trance ได้แก่ Above and Beyond, Paul Van Dyk, Andrew Rayel และ Giuseppe Ottaviani

แนวเพลง House และ Tech House ได้แก่ Dom Dolla, Mau P, James Hype, Max Styler และ Green Velvet B2B Steve Angello

แนวเพลง Techno และ Hard Techno ได้แก่ Charlotte de Witte, I Hate Models และ Restricted

แนวเพลง Melodic Techno ได้แก่ CamelPhat, Miss Monique และ Korolova

แนวเพลง Bass และ Dubstep ได้แก่ Subtronics ในเซ็ต Sunset, ATLiens, Hamdi และ Sabai

แนวเพลง Drum and Bass ได้แก่ Andy C, Worship และ Sota B2B Kanine

แนวเพลง Hardstyle ได้แก่ Lil Texas, Da Tweekaz, Sickmode, Darren Styles และ Showtek ในเซ็ต Hardstyle

ทำไมการย้ายมาธันวาคมถึงเปลี่ยนทุกอย่าง

Pasquale Rotella ผู้ก่อตั้ง Insomniac ให้เหตุผลของการย้ายมาเดือนธันวาคมว่า การจัดในเดือนมกราคมเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เพิ่งกลับจากการเดินทางช่วงวันหยุดและปีใหม่ การย้ายมาธันวาคมทำให้งานตรงกับช่วงที่หลายคนมีวันหยุดอยู่แล้ว และเขายังพูดถึงภาพที่อยากให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายของคนรักดนตรีแบบเดียวกับ Ibiza

อีกจุดที่ลงตัวคือ EDC Thailand อยู่ในสัปดาห์ถัดจาก Tomorrowland Thailand พอดี ทำให้คนในวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แถบนี้ได้ปิดท้ายเดือนที่มีเทศกาลแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ตอนนี้บัตรเปิดขายแล้วและขายเป็น Tier ซึ่งราคาจะขยับขึ้นทุกครั้งที่ Tier ก่อนหน้าหมด Tier ปัจจุบันคือบัตร GA ราคา 10,490 บาท และบัตร VIP ราคา 16,490 บาท นอกจากนี้ยังมี All-Access Experience Pass ราคา 3,090 บาท สำหรับเข้าปาร์ตี้ริมหาดคืนวันพฤหัสบดีและปาร์ตี้ช่วงกลางวันตลอดทั้ง 3 วันของงาน ซื้อบัตรได้ที่ Eventpop และ Megatix ที่ megatix.in.th/events/edc-thailand-dec-2026

(0)
(0)

อยากร่วมสนทนาไหม?

เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนเพื่อแสดงความคิดเห็น