Together Festival กลับมาจัดที่ BITEC บางนา วันที่ 5–6 กันยายน 2025 พร้อมไลน์อัพที่ครอบคลุมทั้งแนว trance, bass, hardstyle และ house ไม่ว่าคุณจะชอบเพลงเดือดๆ หรือเมโลดี้ที่ไหลลื่น มาดูกันว่าแต่ละศิลปินขึ้นชื่อเรื่องอะไรและจะได้เจออะไรจากเซ็ตของพวกเขา!

Afrojack
Afrojack โด่งดังระดับโลกช่วงต้นยุค 2010 จากเพลง Take Over Control และ Turn Up the Speakers ปัจจุบันเขายังเล่น big room, Dutch house รวมถึงผลงานใหม่ๆ ที่ร่วมงานกับศิลปินชั้นนำ ปี 2025 เขาออกเพลง Our Time กับ Martin Garrix, David Guetta และ Amél ภายใต้ STMPD RCRDS ที่เน้นเมโลดี้และเสียงร้องมากขึ้น แต่ยังคงโครงสร้างแนวเพลงในแบบฉบับของเขา เซ็ตของเขามักจะมีทั้งแมชอัพเท่ๆ เพลงเก่าดังๆ และการต่อเพลงที่ไหลละลื่นหูอยู่ตลอดเวลา!
Andrew Rayel
Andrew Rayel ศิลปินที่โดดเด่นในแนว trance แบบเมโลดิกและ uplifting มักเล่นเพลงของตัวเอง เช่น Hymn of the Night, One in a Million, Wild Feelings และ My Reflection รวมถึงรีมิกซ์เพลง trance คลาสสิก ที่เพลงของเขามักจะเริ่มด้วยเปียโน การบิวด์อารมณ์ และการเดินคอร์ดที่ต่อเนื่อง โดนเพลงส่วนใหญ่มาจากค่าย Armada และ inHarmony
Apashe
Apashe ผสมผสานแนวเพลงวงออเคสตรากับเพลงเบสที่ผสมผสานออกมาเหมือนเรากำลังดูภาพยนตร์ จุดเด่นในโชว์คือรีมิกซ์ธีม Star Wars ที่นำเสียงช่วงที่ทุกคนคุ้นหูมาร่วมกับการทำเพลงของของเขา โดยเพลงดังๆของเขาก็มีตั้งแต่ Majesty, Revenge of the Orchestra, RIP โดยทั่วไปเขาจะเล่นในสไตล์ทั้ง Bass House, Bass, Dubstep และ Trap ที่เหมือนเรากำลังหลุดเข้าไปในโชว์ของวงออเคสตราวงหนึ่งนั้นเอง!
Baby J B2B Tye Turner
โชว์ B2B นี้รวมฮิปฮอป trap และรีมิกซ์เพลงดัง ทั้งสอง DJ ขึ้นชื่อเรื่องการรีมิกซ์เพลงของ Tyga, Travis Scott และ Ice Spice ให้เข้ากับสไตล์เพลง Trap เปลี่ยนเพลงเร็ว ดรอปสั้นๆ และบิวด์อัพที่เน้นให้คนโยก ให้คนเต้น มากกว่าร้องเพลง
Black Tiger Sex Machine (Live Set)
โชว์สดโดยใช้ launchpad และ MIDI ควบคุมภาพกับเสียงแบบเรียลไทม์ เริ่มจากอินโทรแบบสไตล์การ์ตูนอนิเมะหรือภาพยนตร์ที่เข้มข้น และพาเราเข้าสู่ความมันส์สไตล์ Bass Music ของพวกเขา! เพลงดังเช่น Utopia, Killzone, Lifeline, Resistance พร้อมภาพกราฟิกเฉพาะแต่ละเพลงและการต่อเพลงที่ไม่เหมือนดีเจคนอื่นๆ
Fairlane
Fairlane ศิลปิน Melodic bass พร้อมผสมผสานการแสดงกับกีตาร์คู่ใจของเขา โดยมีเพลงดังๆ ได้แก่ What You Promised, Broken (ร่วมกับ William Black) และทำรีมิกซ์ให้กับ Illenium, Gryffin และ Said the Sky เซ็ตของเขามักจะผสมผสานเพลงจำพวก Dubstep หรือ Bass Music เข้าร่วมกันกับแนวเพลง Melodic ของเขา เพื่อให้เกิดความ Balance และไม่รู้สึกเลี่ยนจนเกินไป
Morten
Morten คือหนึ่งในผู้ร่วมสร้างแนว Future Rave กับ David Guetta แนวนี้ที่มีเมโลดี้เรียบง่าย และซินธ์ที่ชวนหลงใหล เพลงดังของดขาได้แก่ The Drill, Lost in the Rhythm, Something to Hold On To และเพลงที่ยังไม่ปล่อย ส่วนใหญ่จะเล่นจะเล่นเรียบๆ ง่ายๆ แต่มีพลัง และเป็นมนตร์สะกดผู้ชมได้ตลอดทั้งเซตเพลงของเขา
Paul Van Dyk
เซตของ Paul Van Dyk คือ trance ยุคเก่าๆผสมเพลงยุคใหม่ๆเข้าไป เพลงดังๆของเขาคือ For an Angel, Time Traveler และเพลงจากชุด Off the Record แนวทางของเขาจะเป็นการเน้นไล่ Bpm ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เหนื่อย ไม่เฉื่อยจนเกินไป บางครั้งอาจจะมีเพลงแรงๆให้ทุกคนได้เต้นสับเปลี่ยนกันบ้าง เหมาะกับคนที่ชอบ trance ที่ฟังได้เรื่อยๆ มีช็อตหวือหวาในบางครั้ง
Sub Zero Project
หนึ่งในศิลปินืที่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงหนักๆ แต่มีเมโลดี้ให้ได้ร้องได้อินไปกับเพลงของเขา เหมือนหลุดเขาไปในเรื่องราวบางอย่าง ราวกับภาพยนตร์ โดยเพลงใหม่ของเขาอย่าง Brace for Impact (ร่วมกับ Hardwell) และ It Will Be Okay (ร่วมกับ Dual Damage) เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ผู้คนให้ความสนใจมากๆ ทั้งในแง่การโปรดิวซ์มันออกมาและเสียงร้องจากเหล่านักร้องชั้นนำ ทำให้ทั้ง 2 เพลงที่ถูกเปิดใน Tomorrowland ได้รับความสนใจมากๆ!
Topic
Topic ศิลปิน House ที่มีเมโลดี้ทื่ชัดเจนและทำให้หลายๆคนหลงใหลและติดตามเพลงของดขา เพลงดังๆของเขาคือ Breaking Me, Your Love (9PM) กับ ATB, Chain My Heart, I Adore You กับ Hugel โดยเพลงของเขาจะเป็นจังหวะที่เรื่อยๆ แต่เหนื่อย ผสมผสานความหลากหลายของ House Music ตั้งแต่บีท Afro จนไปถึง Deep เขาก็จัดให้ได้ แต่สำหรับงานเฟสติวัลเขาน่าจะมีเซอร์ไพร์สให้กับพวกเราอย่างแน่นอน!
Together Festival 2025 จะจัดขึ้นวันที่ 5–6 กันยายน ที่ BITEC บางนา กรุงเทพฯ สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://togetherfestival.net โดยจะมีทั้งบัตรแบบ GA และ VVIP พร้อมสามารถผ่อนจ่ายได้ทั้งบัตรเดบิตและเครดิต ติดตามข่าวสารได้ที่ Instagram และ Facebook ของ Together Festival
ระบบการเข้างานและเช็กอินของ Tomorrowland Thailand 2026 เป็นอ...