ดราม่า “Fake DJ” กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งแล้ว
ล่าสุด Holy Priest ดีเจสาย Bass และ Hard Techno ที่กำลังมาแรง ตกเป็นเป้าหมายรายใหม่ที่ถูกกล่าวหาว่าแอบเปิด Pre-recorded Set (เปิดเพลงที่มิกซ์ไว้ล่วงหน้า) เรื่องนี้เริ่มจาก LoudLife Magazine สื่อฝั่งยุโรป โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมแคปชั่นปรักปรำแบบด่วนสรุปว่าเขาโกง ทั้งๆ ที่หลายคนยังไม่ได้กดดูคลิปนั้นจนจบด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า Holy Priest ไม่ได้นิ่งเงียบ เขาออกมาโต้ตอบกลับบน Instagram ส่วนตัวด้วยโพสต์ขนาดยาว ที่ผสมผสานทั้งการชี้แจงด้วยเหตุผล และแฝงอารมณ์ขันแบบตลกร้าย ก่อนจะปิดท้ายโพสต์แบบเจ็บๆ ว่า "จากผม... ดีเจที่ปลอมที่สุดของคุณ" แบบเต็มๆ ความตั้งใจ
เขาชี้แจงว่าอะไรบ้าง?
Holy Priest อธิบายประเด็นสำคัญที่คนมักมองข้ามเวลาเกิดดราม่า Fake DJ นั่นคือ "จริงๆ แล้วดีเจในปี 2026 ทำอะไรกันแน่?" เขาชี้ให้เห็นว่า ศิลปินบนเวทียุคนี้ไม่ใช่แค่ "ดีเจ" ในความหมายดั้งเดิมอีกต่อไป แต่พวกเขาคือโปรดิวเซอร์ที่กำลังเพอร์ฟอร์มเพลงของตัวเอง คือนักเล่าเรื่อง (Storyteller) ที่ถ่ายทอดตัวตนผ่านเสียงดนตรีแบบสดๆ และเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ที่ใช้เวลาเตรียมตัวหลายสัปดาห์เพื่องานแต่ละโชว์
เขาเล่าถึงกระบวนการ การทำงานของตัวเอง ทั้ง Custom Intro, Production ของตัวเอง, แทร็ก Exclusive Edit ที่ไม่มีให้ฟังที่ไหนในโลก รวมถึงการมิกซ์สดและทำ Live Transition เองทุกคืน พร้อมกับยืนยันชัดเจนว่าตลอดเส้นทางอาชีพที่ผ่านมา เขาไม่เคยเล่น Pre-recorded Set เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ส่วนประเด็น "Fake Knobbing" (การแกล้งบิดเครื่องเล่นแบบหลอกๆ) ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เขาอธิบายได้เห็นภาพสุดๆ ว่า มันคือการนับจังหวะในหัวให้พร้อมก่อนจะเข้า Transition ถัดไป อารมณ์เหมือนนักมวยที่ต้องสเต็ปเท้าเบาๆ ก่อนระฆังดัง มันไม่ใช่การแสดงละครหลอกคนดู แต่คือการดึงโฟกัสของตัวเองต่างหาก
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการเปิด Pre-recorded Set ก็มีเหตุผลที่ถูกต้องในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อต้องซิงก์ทุกอย่างในโชว์ใหญ่ทั้งไฟ เลเซอร์ Visual และพลุพร้อมกัน เขาเคารพศิลปินที่ต้องทำแบบนั้น แค่มันไม่ใช่กรณีของเขา
ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้น
ข้อถกเถียงเรื่อง Fake DJ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันอยู่ในวงการ Electronic Music มาตั้งแต่ยุคที่ EDM เริ่มแมส และมันเคยทำลายชื่อเสียงบางคน แต่ก็เคยเป็นเกราะป้องกันให้บางคนมาแล้วเช่นกัน
สิ่งที่ทำให้การออกมาชี้แจงของ Holy Priest น่าสนใจคือ "มุมมอง" ของเขา แทนที่จะตั้งป้อมแก้ตัว เขากลับขยายภาพให้กว้างขึ้นและตั้งคำถามถึงคำว่า "DJ" ในยุคนี้ ซึ่งความหมายมันกว้างเกินกว่าจะตีความแบบมิติเดียวได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น Battle DJ, Open Format DJ, Festival Headliner หรือ Live Electronic Act ทุกคนใช้คำเรียกว่า DJ เหมือนกัน แต่เนื้องานและวิธีการโชว์กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คลิปต้นเรื่องที่จุดชนวน
ถ้าสังเกตคลิปที่เพจ LoudLife โพสต์ให้ดี จะเห็นชัดเจนว่ามี 2 แทร็กเล่นอยู่ใน 2 ช่อง มีการทำ Transition เกิดขึ้นจริง และถึงแม้จะมีจังหวะบิด Knob (Knob Twisting) ที่ดูเหมือนท่าทางประกอบจังหวะไปบ้าง แต่ภาพในคลิปก็ไม่ได้มีหลักฐานฟันธงเลยว่าเขาเปิด Pre-recorded Set ซึ่งทาง Holy Priest เองก็ใจนักเลงพอที่จะแนบคลิปเดียวกันนี้ไว้ในโพสต์ของตัวเอง เพื่อให้คนดูตัดสินกันเอาเอง
ไม่ว่าคุณจะคิดว่าการวิจารณ์นั้นยุติธรรมหรือเปล่า การตอบของ Holy Priest คุ้มค่าที่จะอ่าน และมันทิ้งคำถามที่วงการ EDM ยังคงหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ เราคาดหวังอะไรจาก DJ จริงๆ ในปี 2026?
Anyma จับมือ Joji ในเพลงแรกของยุค ÆDEN และนี่คือจุดเริ่มต้นข...