เมื่อ Avicii เปิดตัวอัลบั้ม Stories ในวันที่ 9 กันยายน 2015 มันถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางดนตรีของโปรดิวเซอร์ชาวสวีเดนคนนี้ อัลบั้มนี้ผสมผสานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแนวป๊อป คันทรี่ และโซล จนกลายเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดของเขา
สิบปีผ่านไป Stories ยังคงถูกจดจำทั้งจากเพลงฮิตระดับโลกอย่าง Waiting for Love และ Broken Arrows รวมถึงวิธีที่อัลบั้มนี้ขยายขอบเขตดนตรีของ Avicii ให้กว้างกว่าบนเวทีงานเฟสติวัล
เพลงที่สร้างตัวตนอัลบั้ม Stories
เพลงที่ปล่อยระหว่างปี 2014–2015 อย่าง Waiting for Love, The Days, The Nights, For a Better Day และ Broken Arrows ยังคงเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุด และเป็นสิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้น่าจดจำมาจนถึงทุกวันนี้
The Days
เพลง The Days เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2014 เป็นซิงเกิลแรกๆ ของอัลบั้มนี้ โดยได้ Robbie Williams มาร่วมร้องและเขียนเพลง เสียงร้องของ Robbie ผสมกับซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ของ Avicii ได้อย่างลงตัว และยังถูกปล่อยคู่กับเพลง The Nights พร้อมมิวสิกวิดีโอที่ช่วยสร้างกระแสให้กับอัลบั้มล่วงหน้าเกือบหนึ่งปี
The Nights
หลังจากนั้นเพียงสองเดือน Avicii ก็ปล่อยเพลง The Nights ในเดือนธันวาคม 2014 โดยมี Nicholas Furlong ร่วมร้อง โดยเพลงนี้โดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์อะคูสติกและเนื้อหาที่พูดถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า เพลงยิ่งโด่งดังขึ้นเมื่อถูกนำไปใส่ในเกม FIFA 15 ทำให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก มิวสิกวิดีโอของเพลงยังเล่าเรื่องชายหนุ่มที่ออกเดินทางผจญภัย สะท้อนภาพลักษณ์เพลงนี้ได้ชัดเจน
Waiting For Love
เพลง Waiting for Love ปล่อยออกมาในเดือนพฤษภาคม 2015 เป็นซิงเกิลหลักของอัลบั้ม โดย Avicii ร่วมโปรดิวซ์กับ Martin Garrix และได้ Simon Aldred จากวง Cherry Ghost ถือเป็นหนึ่งในเพลงที่มียอดสตรีมสูงที่สุดของเขา เพลงนี้มีทั้งมิวสิกวิดีโอแอนิเมชันและวิดีโอเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องชายชราออกตามหาสุนัขของตัวเอง ทำให้การเล่าเรื่องในเพลงนี้ทั้งน่าติดตามและเป็นกระแสทำให้ผู้คนพูดถึงเป็นวงกว้างมากๆ
For a Better Day
เพลง For a Better Day ปล่อยในเดือนสิงหาคม 2015 โดยได้ Alex Ebert จากวง Edward Sharpe and the Magnetic Zeros มาร่วมร้อง เพลงนี้แตกต่างจากเพลงอื่นด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นและจริงจัง Avicii ยังร่วมกำกับมิวสิกวิดีโอเอง เป็นภาพยนตร์สั้นว่าด้วยเรื่องการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และความยุติธรรม เพลงนี้ถูกปล่อยพร้อมกับ Pure Grinding แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความคำสัญต่อเพื่อนมนุษย์
Broken Arrows
เพลง Broken Arrows ปล่อยในเดือนพฤศจิกายน 2015 โดยได้ Zac Brown จากวง Zac Brown Band มาร่วมร้อง ทำให้เพลงนี้มีอิทธิพลของดนตรีคันทรี่ชัดเจนขึ้น เนื้อหาและภาพในวิดีโอที่เล่าเรื่องนักกีฬากระโดดสูง Dick Fosbury ซึ่งเปลี่ยนวิธีแข่งขันของวงการกีฬา สื่อถึงความพยายามที่ไม่ย่อท้อ จนทำเพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในซิงเกิลที่โดดเด่นที่สุดจากอัลที่บั้ม
การร่วมงานกับศิลปินหลากหลายแนว
การร่วมงานกับศิลปินจากหลากหลายแนวดนตรีคือหัวใจสำคัญของ Stories นอกจากซิงเกิลหลักแล้ว Avicii ยังได้ร่วมงานกับ Chris Martin จาก Coldplay ในเพลง True Believer, Wyclef Jean และ Matisyahu ในเพลง Can’t Catch Me รวมถึง Zac Brown ใน Broken Arrows ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเติมความหลากหลายให้กับอัลบั้ม และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ Avicii ที่อยากนำเสนอแนวเพลง EDM ให้เข้ากับแนวป๊อป เร็กเก้ และคันทรี่
บทบาทของ Avicii ในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์
Avicii มีส่วนร่วมในกระบวนการเขียนเพลงอย่างเต็มตัว เขาไม่ได้แค่เพิ่มเสียงร้องในเพลงที่เสร็จแล้ว แต่ทำงานร่วมกับนักร้องตั้งแต่ต้น ทำให้เพลงอย่าง Waiting for Love, The Nights และ For a Better Day มีโครงสร้างแบบเพลงป๊อปที่สมบูรณ์แบบ ฟังได้ทั้งในสตรีมมิงและวิทยุ และยืนยันว่าเขาไม่ใช่แค่ดีเจ แต่เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์เพลงอย่างแท้จริง
ครบ 10 ปีของ Stories
ผ่านไป 10 ปี Stories ยังคงเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Avicii ด้วยซิงเกิลดัง The Days, The Nights, Waiting for Love, For a Better Day และ Broken Arrows รวมถึงการร่วมงานกับศิลปินระดับโลกหลายคน ทำให้อัลบั้มนี้ยังคงมีความหมายต่อแฟนเพลงทั่วโลก และปี 2025 คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการย้อนกลับไปฟังอีกครั้ง เพื่อรำลึกถึงบทเพลงที่ยังคงอยู่ในใจของผู้คนเสมอ
10 เพลง EDM แนวความรักที่ควรหยิบกลับมาฟังอีกครั้งในวันวาเลนไ...