Sara Landry กลายเป็นศิลปินที่โดดเด่นในวงการ Hard Techno ด้วยสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานความหนักแน่นทำให้เธอเป็นที่รู้จักในฐานะ "แม่มดแห่งวงการ Hard Techno" ซึ่งเน้นการแสดงสดที่มีความดุเดือดและเข้าถึงความรู้สึกในระดับที่ลึกซึ้ง ล่าสุด เธอได้ปล่อยอัลบั้ม Spiritual Driveby ซึ่งถือเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความเป็นตัวของเธอ อัลบั้มนี้เป็นการผสมผสานจังหวะ Hard Techno หนัก ๆ เข้ากับเสียงร้อง ทำให้เกิดเสียงที่มีพลังมากๆ จนทำให้ดึงดูดคนฟังได้สัมผัสถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเธอ
Landry เปิดเผยว่าเธอชอบทำเพลงที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีความเป็นเชิงพาณิชย์มากกว่าที่หลายคนคาดหวังจากเพลงเทคโนทั่วไป “ฉันคิดว่ามันคือหนึ่งในความรู้สึกที่ดีที่สุด นั่นคือความรู้สึกฟิน” Landry กล่าว เธอเชื่อว่าความรู้สึกนี้สามารถเชื่อมต่อกับคนฟังได้อย่างลึกซึ้ง และด้วยการแสดงสดที่ทรงพลัง ผสมผสานระหว่างดนตรีและความรู้สึก ทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองในวงการ
ในช่วง 14 เดือนที่ผ่านมา Landry ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว การแสดงใน Boiler Room ของเธอเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอกลายเป็นกระแส เธอพูดว่า “มันเป็นคลื่นของแรงผลักดัน” ที่ส่งผลให้เธอได้แสดงในงานใหญ่ ๆ ทั่วโลก การแสดงของเธอได้พา Hard Techno ซึ่งเคยเป็นแนวเพลงในวงการ underground ขึ้นสู่กระแสหลัก เธอได้เปิดตัวในงาน EDC Las Vegas และกลายเป็นศิลปิน Hard Techno คนแรกที่ขึ้นแสดงบนเวทีหลักของ Tomorrowland ในประวัติศาสตร์เกือบ 20 ปีของเทศกาลนี้ ทุกการแสดงของเธอในสหรัฐฯ ในปีนี้บัตรถูกขายหมดเกลี้ยงและยังได้ปล่อยอัลบั้มแรกที่เต็มไปด้วยพลังและความเป็นตัวของเธออย่าง Spiritual Driveby ในเดือนตุลาคม พร้อมทั้งประกาศทัวร์ Eternalism ในยุโรปต้นปีหน้า ซึ่งเธอมองว่าเป็นมากกว่าทัวร์ดนตรีทั่วไป แต่เป็นเหมือนจิตวิญญาณของเธอที่อยากจะโชว์ให้ทั้งโลกรู้ว่าเธอมีความสามารถแค่ไหน
Landry เติบโตในเมือง Austin รัฐเท็กซัส และเริ่มสนใจดนตรีคลับในระหว่างที่เธอเรียนที่ NYU เธอจบการศึกษาด้าน sound designer และ audio engineer ความรู้เหล่านี้ช่วยให้เธอมีความเข้าใจในการสร้างเส้นทางที่มั่นคงในวงการดนตรี หลังจากเรียนจบ เธอทำงานเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล สอนการใช้โปรแกรมสร้างเพลง จัดปาร์ตี้ในชุมชน และสตรีมการแสดงสดในช่วงโควิด การที่ได้พบกับเอเยนต์ช่วยทำให้เธอขยายฐานผู้ฟังในอเมริกาเหนือได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันแฟนเพลงในสหรัฐฯ และยุโรปต่างสนใจแนวเพลง Hard Techno มากขึ้นเพราะมันสะท้อนถึงความรู้สึกของการปลดปล่อยท่ามกลางปัญหาของโลก
นอกจากความหนักแน่นของแนวเพลงแล้ว Landry เชื่อว่า Hard Techno เป็นพื้นที่ให้คนปลดปล่อยความรู้สึกในช่วงเวลาที่ท้าทาย เธอกล่าวว่า "ในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ ผู้คนต้องการดนตรีที่หนักแน่นและมีพลังเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และสร้างพื้นที่ที่ให้พวกเขาลืมความวุ่นวายต่าง ๆ และปลดปล่อยตัวเองได้" โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok มีบทบาทสำคัญในการทำให้แนวเพลงนี้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว โดยการเพยแผร่คลิปจากการแสดงสดของเธอ ทำให้ Hard Techno เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ถึงแม้ว่า Landry จะนำแนวทางเชิงพาณิชย์มาผสมในเพลงของเธอ แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในการสร้างสรรค์ดนตรีที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย เธอกล่าวว่า "ปาร์ตี้ควรจะสนุก" และเธอเชื่อว่าดนตรีควรเปิดกว้างให้คนทุกคนเข้าถึงได้ โดยไม่ต้องแบ่งแยกกลุ่มผู้ฟังหรือการแต่งกาย นอกจากนี้ เธอยังเข้าใจว่าบางคนอาจหวงแหนวงการ underground แต่เธอก็เชื่อว่าโซเชียลมีเดียทำให้ดนตรีนี้เข้าถึงทุกคนได้มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอยอมรับว่าอาจเป็นได้ทั้งผลดีและผลเสีย
ที่สำคัญสำหรับแฟนๆ ชาวไทย Sara Landry กำลังจะมาแสดงครั้งแรกที่ประเทศไทยในงาน 808 Festival ที่จัดขึ้นในวันที่ 6-8 ธันวาคมนี้ที่ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ในขณะนี้ Landry กำลังทัวร์ในหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐฯ อเมริกาใต้ เอเชีย ออสเตรเลีย และยุโรป การแสดง Eternalism ของเธอจะเริ่มต้นในปลายเดือนมกราคมที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเธอและทีมงานวางแผนที่จะขยายทัวร์นี้ไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก

10 เพลง EDM แนวความรักที่ควรหยิบกลับมาฟังอีกครั้งในวันวาเลนไ...