Tomorrowland จับมือกับ Amazon Music สร้างสรรค์สารคดีความยาว 24 นาทีที่เต็มไปด้วยอารมรม์ ความรู้สึก และแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดหัวใจ ความฝัน และความสามัคคีของผู้คนจากทั่วโลกที่รวมตัวกันในเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สารคดีนี้เผยให้เห็นมุมมองลึกซึ้งของ “People of Tomorrow” ชุมชนระดับโลกที่ทำให้ Tomorrowland เป็นมากกว่าเทศกาลดนตรี แต่คือ “ความฝันร่วมกันของผู้คนทั่วโลก”
การฉายรอบปฐมทัศน์จัดขึ้นที่ The Culver Theater เมืองลอสแอนเจลิส โดยมีดีเจชื่อดัง John Summit เข้าร่วมพร้อมแฟนๆ และครีเอเตอร์ สารคดีบอกเล่าเส้นทางชีวิตของเขาจากอดีตนักบัญชี สู่การเป็นดีเจระดับโลก จนถึงการขึ้นแสดงบนเวที Main Stage ของ Tomorrowland เป็นครั้งแรกในชีวิต เรื่องราวของเขาถูกถักทอร่วมกับชีวิตของแฟนเพลงอย่าง Ladick จากสาธารณรัฐเช็ก ผู้ใช้ชีวิตบนรถเข็น และ Mia กับ Ella แม่ลูกจากแคนาดาที่ต้องเผชิญโรคร้ายด้วยความรักที่ไม่ยอมแพ้
ยังมีเรื่องราวของ Rachael จากสกอตแลนด์ ที่ออกเดินทางจากเกาะบ้านเกิดมาสัมผัสประสบการณ์เทศกาลครั้งแรกในชีวิต รวมถึง Mireya และ Nikita จากสหรัฐฯ คู่รักที่ได้พบกันโดยบังเอิญใน Tomorrowland และพัฒนาเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
ผ่านการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงกัน “We Are Tomorrow” ไม่เพียงเฉลิมฉลองเสียงดนตรี แต่ยังสื่อถึงพลังของความเป็นมนุษย์และประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจของจิตวิญญาณ Tomorrowland
John Summit ทิ้งท้ายไว้อย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า
“ผมเรียนรู้ทุกอย่างจากความผิดพลาด และพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีกว่าเมื่อวาน ผมรู้สึกเหมือนนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”
นอกจากการถ่ายทอดเรื่องราวสุดลึกซื้งของตัวศิลปินและแฟนเพลงแล้ว Tomorrowland ยังได้มอบภาพที่พวกเราได้เห็นในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เพื่อแสดงความลำลึกและบอกเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมาให้กับผู้ชมได้เห็นว่า ถึงจะเกิดเรื่องอะไรมากมาย แต่ Tomorrowland ก็สามารถเนรมิตรและเรียนรู้จากความผิดผลาด ให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง! ถึงแม้จะมีไม่มีเวทีที่สวยหรูและอลังการเหมือนทุกๆปี แต่นั้นไม่ใช่นัยยะสำคัญเลย แต่สิ่งสำคัญคือ People Of Tomorrow ที่ไม่ยอมแพ้และพร้อมที่จะซัพพอร์ตทีมงาน Tomorrowland เสมอมา
สามารถดูสารคดี Tomorrowland ได้แล้วที่ :
ELFIGO วัย 14 ปี ทำลายสถิติเป็น DJ ที่อายุน้อยที่สุดในประวัต...